เยือร์เกน คล็อปป์ (Jürgen Norbert Klopp) หรือชื่อเต็มคือ เยือร์เกน นอร์เบิร์ต คล็อปป์ (Jürgen
Norbert Klopp) เกิดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ปี 1967 ที่เมืองชตุทท์การ์ท ประเทศเยอรมนี
คุณพ่อของ คล็อปป์ เคยเล่นฟุตบอล ตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยเคยทดสอบฝีเท้ากับ ไกเซอร์สเลาเทิร์น
ตอนสมัยเป็นวัยรุ่น จึงสนับสนุนให้ลูกชายคนเล็กของบ้านเล่นฟุตบอล เช่นเดียวกับกีฬาอื่นๆ เช่น
เทนนิส
สมัยเป็นเด็ก คล็อปป์ ชื่นชอบ ชตุทท์การ์ท ทีมดังประจำเมือง
แต่ก็มีความฝันอยากจะเป็นหมอเหมือนกัน
อย่างไรก็ดี คล็อปป์ รู้ตัวว่าคงไม่เก่งพอที่จะเรียนหมอได้ จึงเลือกมาเดินทางสายฟุตบอลจริงจัง

นักฟุตบอลระดับลีกรอง
คล็อปป์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลจากการเข้าร่วมทีม เอสฟาว กลัทเทน ทีมระดับท้องถิ่น ระหว่างปี 1972
จนถึงปี 1983 และทุส แอร์เกนซิงเกน ระหว่างปี 1983 ถึงปี 1987
เมื่ออายุ 20 ปี คล็อปป์ ย้ายไป เอฟเซ ฟอร์ซไฮม์ ทีมระดับภูมิภาค โดยได้ลงสนาม 4 นัด ก่อนจะย้ายไป
ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ทีมสำรอง และวิคตอเรีย ซินด์ลิงเกน ทีมระดับลีกรองของประเทศ
ทั้งนี้ ระหว่างเล่นอยู่กับ แฟรงค์เฟิร์ต ทีมสำรอง คล็อปป์ ยังเรียนระดับมหาวิทยาลับควบคู่ไปด้วย
โดยเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกอเธอแห่งแฟรงค์เฟิร์ต สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา จนจบหลักสูตรในปี
1995
คล็อปป์ เซ็นสัญญากับ รอท ไวส์ แฟรงค์เฟิร์ต ทีมลีกรองของประเทศ ช่วงซัมเมอร์ ปี 1989 ก่อนย้ายไป
ไมนซ์ 05 ทีมระดับลีกสอง ช่วงซัมเมอร์ ปี 1990 ขณะมีอายุ 23 ปี และหลังจากนั้น คล็อปป์
อยู่ค้าแข้งกับ ไมนซ์ จนแขวนสตั๊ด เมื่อปี 2001 โดยมีสถิติลงสนามในเกมลีก 325 นัด ยิงได้ 52 ประตู
ตลอดระยะเวลา 11 ปี

กุนซือหน้าใหม่ไฟแรง


เมื่อเลิกเล่นฟุตบอล คล็อปป์ รับงานเป็นกุนซือชุดใหญ่ของ ไมนซ์ และเริ่มต้นด้วยการพาทีมชนะ 6 นัด
จาก 7 นัดแรก จนรอดตกชั้นได้สำเร็จ
ผลงานของ คล็อปป์ ยังดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งฤดูกาล 2003-04 ไมนซ์ ก็ได้ตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่ บุนเดสลีกา
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
ฤดูกาล 2004-05 คล็อปป์ สามารถพา ไมนซ์ จบอันดับ 11 ในตารางคะแนนลีกสูงสุด และจบอันดับ 11
เหมือนเดิมในปีต่อมา แม้จะเป็นเพียงทีมน้องใหม่ มีสนามเล็กที่สุด และงบทำทีมน้อยที่สุดในลีก
นอกจากนี้ ไมนซ์ ยังเคยได้สิทธิ์ไปเล่น ยูฟา คัพ ฤดูกาล 2005-06 แต่พ่ายให้กับ เซบียา
ตัวแทนจากสเปน ในรอบคัดเลือกรอบแรก
ฤดูกาล 2006-07 ไมนซ์ กลับจบอันดับในโซนตกชั้น ต้องกลับไปเล่นใน บุนเดสลีกา 2 อีกครั้ง
แต่ฤดูกาลต่อมา คล็อปป์ ก็เลือกอยู่คุมทีมต่อไป ก่อนจะขอลาออกหลังจบฤดูกาล
เป็นการรับผิดชอบที่ไม่สามารถพาทีมกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุด
คล็อปป์ เริ่มได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ของ บุนเดสลีกา เช่น บาเยิร์น มิวนิก และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
แต่เลือกเซ็นสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ ในเดือน พ.ค. ปี 2008
ภารกิจของ คล็อปป์ คือการช่วยชุบชีวิต ดอร์ทมุนด์ หลังจากทำได้เพียงอันดับ 13 ในฤดูกาลก่อนหน้า
ฤดูกาลแรก คล็อปป์ ก็พาทัพ ดอร์ทมุนด์ ขยับขึ้นมาจบอันดับ 6 ในตารางคะแนน ก่อนจะจบอันดับ 5
ในฤดูกาล 2009-10
จนกระทั่งฤดูกาล 2010-11 ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มแรงสุด จนไปถึงตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา เป็นสมัยที่ 7
ในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยนักเตะพลังหนุ่ม โดยนักเตะหน้าใหม่ที่ดังมาจากชุดนั้น คือ มัทส์ ฮุมเมิลส์,
เนเวน ซูโบติช, มาริโอ เกิตเซ, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี, ลูคัส บาร์ริออส และชินจิ คากาวะ
ดอร์ทมุนด์ ป้องกันแชมป์ บุนเดสลีกา อีกสมัย ในฤดูกาล 2011-12 และตามมาด้วย เดเอฟเบ โพคาล
กลายเป็น 2 แชมป์ในปีเดียวกัน

ฤดูกาล 2012-13 ดอร์ทมุนด์ ฝ่าฟันทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปมากมาย เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี และเรอัล
มาดริด จนเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก แต่สุดท้ายก็ไปพลาดท่าพ่าย บาเยิร์น 2-1
ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น
ผู้พาลิเวอร์พูลคว้าถ้วย
คล็อปป์ ตัดสินใจอำลา ดอร์ทมุนด์ หลังจบฤดูกาล 2014-15 ก่อนจะตกลงรับงานผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล
ในเดือน ต.ค. ปี 2015 ซึ่งเป็นประสบการณ์คุมทีมต่างแดนครั้งแรก
ฤดูกาลแรก คล็อปป์ สามารถพา ลิเวอร์พูล เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก
เป็นการเข้าชิงรายการระดับยุโรปครั้งแรกของ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ปี 2007 แต่พ่ายให้กับ เซบียา 3-1
ในรอบชิงชนะเลิศ
หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ในยุค คล็อปป์ เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ
แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-18 ดวลกับ มาดริด แต่ก็แพ้ไปด้วยสกอร์ 3-1
จนกระทั่งช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 ลิเวอร์พูล ได้เสริมทัพครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแนวรับ ด้วยการซื้อตัว
อลิสซอน เบ็คเกอร์ และฟาบินโญ เข้ามาเพิ่มเติมหลังจากได้ตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาตั้งแต่เดือน ม.ค.
ซึ่งเป็นการปัญหาแนวรับที่เสียประตูง่ายเกินไป
ฤดูกาล 2018-19 ทีมของ คล็อปป์ ก็ลงตัวสุดๆ ทั้งเกมรุก และเกมรับ โดยเก็บคะแนนใน พรีเมียร์ ลีก
ได้ถึง 97 คะแนน แต่ได้แค่อันดับสอง รองจาก ซิตี กลายเป็นรองแชมป์ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในลีก
แม้จะอกหักจากแชมป์ลีก แต่ในฤดูกาลเดียวกัน ลิเวอร์พูล สามารถเข้าชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ ลีก
อีกครั้งหนึ่ง หลังจากพลิกชนะ บาร์เซโลนา ในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงคราวนี้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยสกอร์ 2-0 คว้าถ้วยยุโรปสมัยที่ 6 ของสโมสร
และเป็นสมัยแรกในการคุมทีมของ คล็อปป์

เกียรติประวัติในอาชีพโค้ช

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
บุนเดสลีกา 2 สมัย (ฤดูกาล 2010-11 และ 2011-12)

เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย (ฤดูกาล 2011-12)
เดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ 2 สมัย (ปี 2013 และ 2014)

ลิเวอร์พูล
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2018-19)
ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย (ปี 2019)

รางวัลส่วนตัว
กุนซือยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมนี 3 สมัย (ปี 2011, 2012 และ 2019)
กุนซือชายยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟา 1 สมัย (ปี 2019)

ที่มา

https://www.premierleague.com/managers/5119/J%C3%BCrgen-Klopp/overview

https://en.wikipedia.org/wiki/J%C3%BCrgen_Klopp

► ดูผลบอลสดได้ที่ FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ Andriod & IOS

Leave a Reply