มาเตโอ โควาซิช (Mateo Kovačić) เกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ปี 1994 ที่เมืองลินซ์ ประเทศออสเตรีย

พ่อแม่ของ โควาซิช เป็นคนเชื้อสายโครเอเชีย แต่ย้ายไปตั้งรกรากในออสเตรีย โดยช่วงแรก โควาซิช เริ่มเล่นฟุตบอลกับ แอลเอเอสเค ลินซ์ ทีมเยาวชนท้องถิ่นของเมือง ระหว่างปี 2000 จนถึงปี 2007

ตอนอายุ 13 ปี โควาซิช ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรทั่วยุโรป รวมถึง บาเยิร์น มิวนิก, อินเตอร์, ยูเวนตุส และอาแจกซ์ แต่เลือกย้ายกลับไปโครเอเชียพร้อมกับครอบครัว โดยได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของ ดินาโม ซาเกร็บ สโมสรดังของประเทศ

โควาซิช ไต่เต้าจากระดับเยาวชน และขึ้นไปฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ ดินาโม ในปี 2010 ควบคู่ไปกับการเล่นให้ทีมเยาวชน ซึ่งช่วงนั้นมีข่าวลือว่า อาร์เซนอล ทีมดังของอังกฤษ เคยส่งหัวหน้าแมวมองมาดูฟอร์มด้วย

ทั้งนี้ โควาซิช สัมผัสเกมระดับอาชีพครั้งแรกในฤดูกาล 2010-11 โดยปีแรกยังได้ลงสนามแค่ 7 นัด แต่ก็ได้ชูถ้วยแชมป์ โครเอเชียน เฟิร์ส ลีก หรือลีกสูงสุดของประเทศ

ฤดูกาล 2011-12 โควาซิช เริ่มเป็นตัวจริงของทีม โดยแจ้งเกิดจากตำแหน่งมิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งซ้าย และช่วยทีมผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี

แม้เพิ่งเป็นเด็กวัย 17 ปี แต่ทว่า โควาซิช เป็นแกนหลักของทีมในรายการ แชมเปียนส์ ลีก โดยได้โอกาสลงสนามดวลกับทีมดังอย่าง เรอัล มาดริด และทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ยิงได้ในรายการนี้ในเกมกับ โอลิมปิก ลียง

ฤดูกาลดังกล่าว โควาซิช ได้ลงสนามในลีก 32 นัด และช่วยทีมป้องกันแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 7 ติดต่อกัน พร้อมกับคว้าแชมป์ โครเอเชียน คัพ ไปครองด้วย ส่งผลให้ได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของโครเอเชีย

โควาซิช ยังคงเป็นตัวหลักของ ดินาโม อย่างต่อเนื่อง และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล โกลเดน บอย 2012 แต่รางวัลในปีนั้นตกเป็นของ อิสโก กองกลางดาวรุ่งจาก มาลากา

จนกระทั่งเดือน ม.ค. ปี 2013 โควาซิช ย้ายไปร่วมทัพ อินเตอร์ ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร หรือประมาณ 510 ล้านบาท สิ้นสุดเส้นทางกับ ดินาโม ไว้ที่ 73 นัด และแชมป์ลีก 3 สมัย

เพียงแค่ 6 เดือนแรก โควาซิช ได้เป็นตัวจริงของ อินเตอร์ และชนะใจแฟนบอลได้ทันที โดยนับเป็นหนึ่งในนักเตะฟอร์มเด่นที่สุด และได้รับความคาดหวังให้เป็นสตาร์ในอนาคต แม้ผลงานโดยรวมของทีมจะอยู่แค่อันดับ 9 ในตารางคะแนน เซเรีย อา

ฤดูกาล 2013-14 อินเตอร์ เปลี่ยนตัวเทรนเนอร์มาเป็น วอลเตอร์ มาซซาร์รี ซึ่งปรับบทบาทของ โควาซิช ให้เล่นอยู่หน้าแผงหลังเป็นหลัก ต่างกับในยุคของ อันเดรีย สตรามัชโชนี ส่งผลให้มีผลเรื่องการปรับตัว และได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 14 นัด จากทั้งหมด 32 นัด

ช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 โควาซิช ตกเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป รวมถึง บาร์เซโลนา แต่ทั้งหมดเป็นแค่ข่าวลือ ก่อนจะจรดปากกาขยายสัญญากับ อินเตอร์ ออกไปถึงปี 2019

อย่างไรก็ดี ช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 อินเตอร์ จำเป็นต้องขาย โควาซิช ให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 38 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,300 ล้านบาท เนื่องจากสโมสรต้องลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อไม่ให้ผิดกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ส่งผลให้ โควาซิช เป็นนักเตะโครเอเชียคนที่ 5 ที่ได้ย้ายไป มาดริด ต่อจาก โรเบิร์ต โปรซิเนซกี, ดาวอร์ ซูเคอร์, โรเบิร์ต ยาร์นี และลูกา โมดริช

ช่วงแรกของฤดูกาล 2015-16 โควาซิช ได้รับโอกาสจาก ราฟา เบนิเตซ ให้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะการปรับแผนให้ยืดหยุ่นตามคู่แข่ง แต่อย่างไรก็ดี เมื่อสโมสรปลด เบนิเตซ ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง ซีเนดีน ซีดาน ขึ้นมาคุมทีมในเดือน ม.ค. 2016 โควาซิช ก็ได้ลงสนามน้อยลง เนื่องจาก ซีดาน มักจะใช้งาน 11 ตัวจริงชุดเดิมมากกว่า

ถึงแม้จะเป็นตัวเลือกรองในแดนกลาง ต่อจาก โทนี โครส, คาเซมิโร และโมดริช แต่ทว่า โควาซิช ก็ได้ลงสนามเป็นตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนในยุคประสบความสำเร็จสูงสุดของสโมสร ด้วยผลงานคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน เป็นทีมแรกและทีมเดียวในประวัติศาสตร์

โควาซิช ตัดสินใจอำลา มาดริด ในเดือน ส.ค. ปี 2018 โดยย้ายไป เชลซี ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล และเป็นแกนหลักของทีมในชุดคว้าถ้วย ยูฟา ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2018-19 ก่อนจะได้เซ็นสัญญาถาวรในช่วงซัมเมอร์ ปี 2019 ด้วยค่าตัว 45 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,550 ล้านบาท

ผลงานกับทีมชาติโครเอเชีย

โควาซิช เลือกเล่นได้ทั้งทีมชาติออสเตรีย ตามประเทศที่เกิด และทีมชาติโครเอเชีย ตามสัญชาติพ่อแม่

ทั้งนี้ โควาซิช เลือกเล่นกับทีมชาติโครเอเชียมาตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยติดทีมชาติมาหลายรุ่น ไล่ตั้งแต่ 14 ปี, 15 ปี, 17 ปี, 19 ปี และ 21ปี

โควาซิช ลงสนามกับทีมชาติโครเอเชียชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือน มี.ค. ปี 2013 โดยเป็นเกมรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติเซอร์เบีย

หลังจากนั้น โควาซิช มีชื่อติดทีมชาติโครเอเชีย ไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่บราซิล โดยได้ลงสนามครบทั้ง 3 นัด ในรอบแบ่งกลุ่ม

โควาซิช ติดทีมชาติไปลงเล่น ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย และช่วยทีมเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่พ่ายให้กับทีมชาติฝรั่งเศส 4-2 ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

ปัจจุบัน โควาซิช ติดทีมชาติโครเอเชีย 56 นัด และมีผลงานยิงได้ 1 ประตู

รางวัลในการเล่นฟุตบอล

ดินาโม ซาเกร็บ

โครเอเชียน เฟิร์ส ฟุตบอล ลีก 3 สมัย (ฤดูกาล 2010-11, 2011-12 และ 2012-13)

โครเอเชียน ฟุตบอล คัพ 2 สมัย (ฤดูกาล 2010-11 และ 2011-12)

เรอัล มาดริด

ลา ลีกา 1 สมัย (ฤดูกาล 2016-17)

ซูเปร์โกปา เด เอสปันยา 1 สมัย (ปี 2017)

ยูฟา แชมเปีนส์ ลีก 3 สมัย (ฤดูกาล 2015-16, 2016-17 และ 2017-18)

ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย (ปี 2016 และ 2017)

ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 2 สมัย (ปี 2016 และ 2017)

เชลซี

ยูฟา ยูโรปา ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2018-19)

รางวัลส่วนตัว

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีโครเอเชีย 1 สมัย (ปี 2011)

รายงานผลบอล รวดเร็วก่อนใคร FinalGoal 
มีให้โหลดทั้ง Andriod และ IOS

Leave a Reply